วัดพระธาตุลำปางหลวง โดย คุณ moofight ถ่ายราวๆปี 2551 ภาพจาก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=25898

Thursday, December 20, 2007

ครบรอบ 1 ปี on Lampang : ระลึกถึงหอศิลป์ฯ


ภาพจำลองสามมิติ อาคารศาลากลางจังหวัดลำปางหลังเดิม
โดย พรชัย ตระกูลทิวากร


เมื่อวันที่ 19 ธันวา ที่ผ่านมา หากจะนับกันอย่างเป็นทางการแล้วก็ถือว่า
ครบรอบ 1 ปีของ เว็บบล็อก on Lampang : เปิดโลกลำปาง แล้ว
สรรพสิ่งก็ดำเนินไป เครื่องมือนับการเข้าชม นับได้ 9 พันกว่าครั้งก็ถือว่า
ไม่เลวนักกับพื้นที่ไซเบอร์ทำนองนี้

การปรับปรุงแก้ไขและอัพเดท ก็ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้จัดทำเป็นหลัก
ว่าสะดวกเมื่อไหร่ ก็ต้องขออภัยผู้ติดตามชมทั้งหลายด้วย
มีแหล่งข่าวแจ้งมาว่า อยู่ๆก็จะเปลี่ยนชื่อ "หอศิลปวัฒนธรรมนครลำปาง"
ในบริเวณอาคารศาลากลางจังหวัดลำปางหลังเดิม ไปเป็น "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน"
อะไรทำนองนี้ ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่ร่วมแรง "ฮอมแฮง" กันมากับพรรคพวก
แลผองมิตรอีกหลายกลุ่ม จึงขอประกาศ ณ ที่นี้ว่า เมื่อหลายปีมาแล้ว การที่คนหลาย
หน้าตา หลายพื้นเพร่วมกันผลักดันก็ใช้เวลา แรงกาย แรงใจอย่างมากที่จะทำให้
คำว่า "หอศิลปวัฒนธรรมนครลำปาง"เป็นที่รู้จัก ยังมินับนัยยะ ของคำนี้ที่มี
ความกว้างขวางพอที่จะบรรจุ และนำเสนอเรื่องราวไปได้มาก


ภาพจำลองสามมิติ อาคารศาลากลางจังหวัดลำปางหลังเดิม
โดย พรชัย ตระกูลทิวากร



บรรยากาศงาน "ฮอมแฮง...แป๋งข่วงเวียงละกอนเพื่อหอศิลป์ฯ ครั้งที่ 2"
28-30 พฤษภาคม 2547



บรรยากาศงาน "ฮอมแฮง...แป๋งข่วงเวียงละกอนเพื่อหอศิลป์ฯ ครั้งที่ 1"
24-26 ตุลาคม 2546





งานแต้มสี ตีเส้น เล่นดิน โดย วิทยาลัยอาีชีวศึกษาลำปาง พื้นที่แสดงความสามารถทาง
ศิลปะแห่งหนึ่งของเยาวชนลำปาง


ที่สำคัญคือ "พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน" มีชื่อที่คับแคบกว่ามาก งานศิลปะร่วมสมัย
จะไม่อยู่ในนิยามนี้ จึงนับเป็นการไม่ให้เกียรติกับคนทำงานที่ช่วยเหลือกันมาอย่างยิ่ง

ฉะนั้นจงจำไว้ว่า การจงใจที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าห่อพกผลประโยชน์ของตน
คงมิอาจทำได้ง่ายนัก อย่าคิดชุ่ยๆ ทำลวกๆ และตัดสินใจโดยพลการ
เราจะไม่อยู่เฉย และดูดายให้อนาคตของบ้านเมืองตกอยู่ในมือคนเพียงไม่กี่คน


นิทรรศการประวัติสาสตร์นครลำปาง ใน "ฮอมแฮง...แป๋งข่วงเวียงละกอนเพื่อหอศิลปืฯ ครั้งที่ 1"
24-26 ตุลาคม 2546


ด้วยดวงจิตคารวะ

ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์
ราษฎรนครลำปาง


พฤหัส 20
ธันวา 50
กลางฤดูหนาว
ตัวอยู่ตีนดอยสุเทพ
แต่ใจอยู่ริมน้ำวัง

No comments: