วัดพระธาตุลำปางหลวง โดย คุณ moofight ถ่ายราวๆปี 2551 ภาพจาก http://www.pixpros.net/forums/showthread.php?t=25898

Monday, March 26, 2007

งานรำลึกวันประวัติศาสตร์ รถไฟ รถม้าลำปางครั้งที่ 8


สถานีรถไฟนครลำปาง พ.ศ.2489 ถ่ายโดยนายเสาร์แก้ว ไชยยา ชาว อ.เกาะคา
ที่มา : ผศ.ประสงค์ แสงแก้ว นำมาให้เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2549


บรรยากาศสถานีรถไฟนครลำปางที่แสนจะคึกคัก
ที่มา : เทศบาลนครลำปาง

ไปได้ข่าวมาจากเว็บไซต์หลายแห่ง เป็นที่น่ายินดีว่า งานนี้ได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวที่ค่อนข้างจะเป็นทางการ และรับรู้ได้ง่าย รายละเอียดมีดังนี้

งานรำลึกวันประวัติศาสตร์ รถไฟ รถม้าลำปางครั้งที่ 8
28 มีนาคม-1เมษายน 2550

จังหวัดลำปาง เทศบาลนครลำปาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง การรถไฟแห่งประเทศไทย สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำปางและสมาคมรถม้าลำปางเชิญเที่ยว " งานรำลึกวันประวัติศาตร์ รถไฟ รถม้าลำปาง ครั้งที่ 8 " ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม - 1 เมษายน 2550 ณ บริเวณหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง

เพื่อรำลึกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของรถไฟรถม้าลำปาง ซึ่งเป็นพาหนะสำคัญที่ชาวลำปางใช้สัญจรตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันรวมได้ 90 ปี ตั้งแต่รถไฟสายเหนือจากกรุงเทพฯมาสู่ลำปาง เป็นขบวนแรก เมื่อปี 2459 ในสมัยของรัชกาลที่ 6 และมีการนำรถม้ามาให้บริการบนเส้นทางหลวงของมณฑลสายเหนืออีกด้วย จึงนับว่ารถไฟและรถม้ามีบทบาทสำคัญต่อนครลำปางเป็นอย่างยิ่ง

การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นการสืบสานให้คนรุ่นหลังได้ร่วมรำลึกเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง

กิจกรรมภายในงาน ได้แก่
*ชมตลาดย้อนยุค ( กาดหมั้ว ) ชมและเลือกซื้อ สินค้า OTOP
*นิทรรศการประวัติศาสตร์ รถไฟ รถม้า นครลำปาง ประกวดคาวบอยชายและ หญิง
*การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
*นิทรรศการจากหน่วยงานองค์กรในจังหวัดลำปาง
*นั่งรถม้าชมเมืองลำปางรอบละ 50 บาท นั่งรถไฟเล็กแลมป์เทค ชมเมืองลำปาง
*การจัดมหกรรมอาหาร การบริการท่องเที่ยว
*ข้าวแลงอมราสะโตกคำ พร้อมแสง สี เสียง ในวันที่ 1 เมษายน 2550

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :

ศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาฯ โทร. 0 5431 2254
สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0 5431 8809, 0 5422 1813

ข้อมูลจาก
เว็บไซต์ นายรอบรู้ ในเครือนิตยสาร สารคดี
http://www.nairobroo.com/76/modules.php?name=News&file=article&sid=898

....................................................................

ภาพผู้คนย่านรถไฟในสมัยก่อน
ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

รายการท่องเที่ยวงานวันรำลึกประวัติศาสตร์ รถไฟรถม้า ลำปาง ครั้งที่ 8
เป็นลักษณะแพ็คเกจทัวร์ จัดโดย สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง

วันที่ 31 มีนาคม 2550

18.30 น. ผู้โดยสารทุกท่านพร้อมกันบริเวณหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ขึ้นรถด่วนขบวนที่ 13 เพื่อ
เดินทางไปสู่จังหวัดลำปาง จำนวน 3 โบกี้ ประชุม (สันทนาการ)
19.20 น. ทำพิธีปล่อยรถด่วนขบวนที่ 13 ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง
โดยนายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
18.30 น. ขบวนรถด่วนที่ 13 ออกเดินทางจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ปลายทาง จ.เชียงใหม่
รถด่วนขบวนนนี้จอดสถานีรถไฟนครลำปาง ประมาณ 30 นาที เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่สถานี
รถไฟนครลำปางจัดไว้ต้อนรับ


วันที่ 1 เมษายน 2550

07.00 น. ขบวนรถด่วนที่ 13 ถึง สถานีรถไฟนครลำปาง
ผู้ว่าราชการ รองผู้ว่าฯ ถวายอาหารเช้าแด่พระสงฆ์ สามเณร จำนวน 81 รูป
พิธีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากับรถไฟขบวนนี้ หน้าบริเวณสถานีรถไฟ
09.30 น. นำเที่ยวศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย (ชมการแสดงของช้าง)
รับประทานอาหารเที่ยง ณ ศูนย์ช้าง
13.00 น. นำชมวัดพระธาตุลำปางหลวง/บ้านป่องนัก/ชมขบวนการผลิตเซรามิค
18.30 น. นั่งรถม้ามาเข้้างานรับประทานอาหาร ข้าวแลง อมราสะโตกคำ/ชมการแสดง แสง สี เสียง
ประวัติศาสตร์วันรำลึกรถไฟ รถม้า ที่มาลำปางงกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น


วันที่ 2 เมษายน 2550


07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่พัก
08.00 น. เดินทางไปท่องเที่ยว...................เช้า และบ่าย
17.30 น. เดินทางมายังสถานีรถไฟ เพื่อเตรียมเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยรถด่วนขบวนที่ 14
19.00 น. รถด่วนขบวนที่ 14 ออกจากสถานีรถไฟนครลำปาง ถึงสถานีปลายทาง กรุงเทพฯ


วันที่ 3 เมษายน 2550

เวลา 06.15น. ถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาุพ


บรรยากาศบริเวณสถานีขุนตาล?
ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ


หัวลำโพงสมัยก่อน
ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ


ติดต่อได้ที่ : สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง โทร. 0-5431-8809, 0-5422-1813 โทรสาร 0-5422-2983

ข้อมูลจาก
เว็บไซต์จังหวัดลำปาง
http://www.lampang.go.th/publish50/train8_50.htm

....................................................................
รวมฮิตรถม้าแบบต่างๆ (ไม่ใช่ที่ลำปาง)
ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ


รถม้าพระที่นั่ง เทียมม้าสี่ตัว


รถม้าเทียมม้าสองตัว


รถม้าอีกแบบที่ดูแปลกตา


ที่นั่งผู้โดยสารหันกลับไปอยู่ด้านหลัง

....................................................................
มีของเล่นมาฝากกัน
ภาพพิมพ์แกะไม้ [เรียกว่า "Kyoiku Nishiki-e (Educational Colored Woodblock Prints)" หรือ "Youdou Katei Kyoiku-you Kaiga (Pictures for home education)"] พิมพ์เป็นรูปรถม้า พร้อมทั้งผู้โดยสาร จากประเทศญี่ปุ่น นัยว่าเป็นสื่อการสอนของเด็กญี่ปุ่นเมื่อ ค.ศ.1873 ก็คือ พ.ศ.2416 ที่จัดพิมพ์โดย กระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น

ที่มา : http://www.tulips.tsukuba.ac.jp/pub/kichosho/kyoiku-nishikie-eng.html


อันนี้เป็นส่วนบนรถม้า


อันนี้เป็นส่วนล่างรถม้า


อันนี้เป็นรูปด้านข้าง

ผู้สื่อข่าว

on Lampang : เปิดโลกลำปาง
26 มีนา 50

ศูนย์การเรียนรู้ ปัทมะเสวี แหล่งเรียนรู้แห่งใหม่ที่กาดกองต้า


แผ่นพับด้านหน้า


แผ่นพับด้านหลัง


อันนี้คือ หน้าตา อาคารสถานที่ คงจะคุ้นตา ผู้ที่นิยมเดิน กาดกองต้า อยู่



หลายคนอาจจะเห็นใบปลิว และโปสเตอร์ ที่ขึ้นต้นว่า "อยากรู้ไหมว่า การเรียนรู้ที่มีชีวิตชีวานั้นเป็นอย่างไร" รูปนกฮูกสีเลือดหมู บนพื้นสีเหลือง คงจะสะดุดตา ท่านผู้อ่านไม่น้อย ผู้สื่อข่าวขอเก็บรายละเอียดมาฝากเล็กๆน้อยๆ ดังนี้

ศูนย์การเรียนรู้ ปัทมะเสวี เป็นแหล่งเรียนรู้ในมิติที่หลากหลายในยุคไอที เป็นผู้ให้บริการทางปัญญาแก่เยาวชนชาวลำปาง รวมถึงกิจกรรมต่างเพื่อส่งเสริมการรักการอ่าน การค้นคว้า และวัฒนธรรม

มีเป้าหมายอยู่ที่ประชาชนทั่วไป และเยาวชนอายุไม่ต่ำกว่า 8 ปี

ยังไม่ทราบวันเปิดอย่างเป็นทางการ แต่ มีบอกไว้ว่า เวลาทำการอยู่ที่ วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 10.00-17.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

ค่าสมาชิกรายปี
80 บาท สำหรับเยาวชนอายุ 8-18 ปี
200 บาท สำหรับประชาชนอายุเกินกว่า 18 ปีบริบูรณ์

ตามอ่านรายละเอียดได้ที่
http://www.pattamasaevi.org

หรือติดต่อ
ศูนย์การเรียนรู้ ปัทมะเสวี
อาคารฟองหลี 262 ถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมือง ลำปาง 52100
โทรศัพท์ 054-230-651 โทรสาร 054-218-394

ผู้สื่อข่าว on Lampang : เปิดโลกลำปาง
26 มีนา 50

Saturday, February 17, 2007

9 ทศวรรษ สะพานรัษฎาภิเศก จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง...




หลังจากรถไฟมาถึงนครลำปางได้ 1 ปี สะพานรัษฎาภิเศก ในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กก็ได้สร้างขึ้นสำเร็จ





บทเรียนของ 90 ปี การมาถึงของรถไฟ ที่เงียบเหงาและเหงาหงอย ไม่รู้ว่าจะทำให้คนรู้ตัวกันมากขึ้นบ้างไหม ในกรณี 9 ทศวรรษสะพานรัษฎาภิเศก เดือนมีนาคม ที่จะถึงนี้แล้ว เหลือเวลาไม่อีกกี่วันที่จะมาถึงแล้ว (หากนับว่าวันนี้คือวันที่ 17 กุมภาพันธ์) รูปสุดท้ายที่นำมาให้พิจารณา พึ่งถ่ายมาวันนี้สดๆร้อนๆ...

ก้าวที่สำคัญ...บูรณะประตูม้า



ป้ายรายละเอียดโครงการ

ลักษณะการขุดแต่งทางโบราณคดี ที่แทบไม่เคยจะมีการปฏิบัติการแบบนี้เลยในเมืองลำปาง!!!

การขุดแต่งทำสองฟากฝั่งของประตูม้า

รายละเอียดการขุดแต่งจนเห็นชั้นดิน และอิฐบริเวณกำแพงเมือง

ด้วยความร่วมมือของ เทศบาลนครลำปาง สำนักงานศิลปากรที่ 7 น่าน กรมศิลปากร และชุมชนช่างแต้ม ชุมชนบ้านใหม่ประตูม้า จึงทำให้เกิด "โครงการศึกษาชั้นวัฒนธรรมทางโบราณคดี ขุดค้นและขุดแต่งกำแพงเมืองเขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง" ดำเนินการตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ - 31 พฤษภาคม 2550 นี้ ก่อนที่จะมีการเสริมโครงสร้างและดำเนินการบูรณะปฏิสังขรณ์ตามหลักวิชาการต่อไป

Sunday, January 7, 2007

10 ข่าวสะเทือนยุทธจักร ศิลปวัฒนธรรมนครลำปาง



พลิกๆดูหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในลำปาง ยังไม่เห็นสรุปข่าวรอบปี ด้วยความรู้งูๆปลาๆของผม เลยเห็นว่า ถ้าเราหันมาเอาจริงเอาจังกับเรื่องข้อมูล ความเคลื่อนไหวของสังคมลำปางผ่านเวลา 1 ปี น่าจะมีประเด็นอะไรๆเกิดขึ้นตามมาอีกเยอะแยะ และเว็บบล็อกนี้ก็ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานด้านศิลปวัฒนธรรมอยู่พอสมควร จึงปวารณาตัวที่จะจัดทำ "10 ข่าวสะเทือนยุทธจักรฯ" ประจำปี 2549 ที่ผ่านมา โดยการให้น้ำหนักมากน้อยอยู่ที่วิจารณญาณของผมทั้งสิ้น (ผมใช้กรอบการมองของ ภาคสาธารณะ การสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจ และมีส่วนร่วมของสังคมในระดับต่างๆ ตั้งแต่ไกลโพ้น เขยิบมาเบียดชิดจนหายใจรดต้นคอ)

ไม่ให้ชักช้าเรามาเริ่มกันเลยนะครับ
อันดับที่ 10 "ครบ 90 ปี รถไฟมาถึงลำปาง แต่บรรยากาศหงอยพิลึก"
อันดับที่ 9 "บ้านเก่า100ปีพัง คนรักเมืองเก่าแทบพังตาม"
อันดับที่ 8 "1ปี กาดกองต้า เติบโตด้วยลำแข้ง"
อันดับที่ 7 "เทศบาลหวังกู้หน้า พลิกโฉมเมืองลำปางด้วยงานภูมิทัศน์"
อันดับที่ 6 "ลอยกระทง ซัดกันนัวกับปัญหายอดภูเขาน้ำแข็ง"
อันดับที่ 5 "ถนนทองคำ...ถนนดวงรัตน์"
อันดับที่ 4 "2 ปี คุณพี่ชนสะพาน 2 ครั้ง"
อันดับที่ 3 "ประปา มหาภัย"
อันดับที่ 2 "เริ่มนับ 1 อนุรักษ์เมืองเก่า"
อันดับที่ 1 "วัดปงสนุก เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่"

รายละเอียดมีดังนี้

อันดับที่ 10 "ครบ 90 ปี รถไฟมาถึงลำปาง แต่บรรยากาศหงอยพิลึก"


รถไฟขบวนแรกมาถึงลำปาง เมื่อ 1 เมษายน 2459 ปีที่แล้วจึงครบรอบ 90 ปี
[ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ]


บริเวณสถานีรถไฟนครลำปาง เมื่อก่อน
[ที่มา : หอจดหมายเหตุแห่งชาติ]

นอกจากข่าวดีที่มีการรื้อ กันสาดบังหน้าอาคารสถานีรถไฟนครลำปางแล้ว ก็ไม่มีข่าวใดๆที่น่ายินดีให้สมกับที่ ครบรอบ 90 ปี การมาถึงของรถไฟเลย ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรถไฟ(หรือแม้กระทั่งรถม้า ที่มีการจัดงานกันทุกปี) ที่จะยกให้เป็นประเด็นสำคัญกลับเงียบสนิท ทั้งที่รถไฟ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของลำปาง ที่ทำให้เมืองขยายตัวออกมาทางทิศตะวันตก เกิดย่านการค้าส่งสำคัญ หากเป็นบ้านอื่นเมืองอื่น เขาพยายามจะหาประเด็น หาเรื่องที่จะนำมาสร้างจุดเปลี่ยนของบ้านเมืองเสียด้วยซ้ำ บ้านเราจึงมีความเก่าแก่ลึกซึ้ง แต่ผู้คนไม่ซาบซึ้งกับมันเอาเสียเลย นี่นับเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง ใช่หรือไม่

มิพักที่จะต้องพูดถึงปีนี้ที่ครบรอบ 90 ปี สะพานรัษฎาภิเศก ในเดือนมีนาคมนี้ ได้มีการคิดอ่านสิ่งใดที่เป็นจริงเป็นจังมากน้อย ผมก็ไม่ทราบได้
........................................................................

อันดับที่ 9 "บ้านเก่า100ปีพัง คนรักเมืองเก่าแทบพังตาม"


บ้านโบราณอายุกว่า 100 ปี ในสภาพที่บันทึกไว้เมื่อ 21 มีนาคม 2548 ก่อนจะพังลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2549

บ้านหลังนี้ได้รับการบันทึกลงใน หนังสือแผนที่มรดกทางวัฒนธรรมนครลำปาง(2548) แต่อนิจจังพังลงเพราะโครงสร้างที่หมดสภาพ ผสมโรงเข้ากับฝนที่ตกอย่างยาวนาน ที่น่าเสียดายและเสียใจก็คือว่า ระหว่างที่เราทำการเริ่มต้นที่จะคิดอนุรักษ์ มรดกทางวัฒนธรรม ของเก่าแก่ทั้งหลาย ก็ไม่คอยท่า ทนไม่ไหว ก็เป็นไปตามสภาพธรรมชาติของมัน หากไม่เริ่มแต่วันนี้แล้ว คงจะไม่เหลืออะไร
........................................................................

อันดับที่ 8 "1ปี กาดกองต้า เติบโตด้วยลำแข้ง"
กาดกองต้าเคยจัดถนนคนเดินมาหลายครั้ง และล้มลุกคลุกคลานมาเรื่อย จนล่าสุดก่อนครั้งนี้ ได้มีการจัดถนนคนเดินในช่วงสงกรานต์ ผู้คนมาเที่ยวกันคึกคักมากหลาย แต่พายุฤดูร้อนก็ไม่ปราณี พัดเอาเสียงานนั้นกระเจิง แต่ด้วยความฮึด และใจสู้ของผู้คนในชุมชน ร่วมกับ การปลุกปั้นของเทศบาลนครลำปาง ก็ช่วยกันทำคลอด "กาดกองต้า ถนนคนเดิน" ขึ้นเมื่อ พฤศจิกายน 2548


กาดกองต้าเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2548 จนถึงวันนี้ยังคงคึกคัก


ถนนคนเดิน กับพื้นที่เชิงศิลปวัฒนธรรม กาดกองต้าเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2548 กับคำถามถึงสัดส่วนระหว่างศิลปวัฒนธรรม และการค้าขายที่เป็นอยู่

มาจนถึงพฤศจิกายนปีนี้ ผู้คนก็ไม่ได้หนีหาย ยังถือเอากาดกองต้าเป็นที่นัดพบ ที่เดินเล่นกันอย่างคึกคัก เบื้องหลังความสำเร็จนี้เอง ก็มีคณะทำงานของชุมชนที่สู้กันอยู่อย่างเข้มแข็ง งานใหญ่ หนัก และยาวนานขนาดนี้ต้องยอมรับถึงความเป็นนักสู้ของชุมชนจริงๆ
........................................................................

อันดับที่ 7 "เทศบาลหวังกู้หน้า พลิกโฉมเมืองลำปางด้วยงานภูมิทัศน์"

[ที่มา : ลานนาโพสต์]

เราจะสังเกตเห็นในโค้งสุดท้าย ของวาระการดำรงตำแหน่งของนายกเทศมนตรี และเทศมนตรีนครลำปาง เปิดนโยบายการเนรมิตเมือง ด้วยโปรเจ็กต์ใหม่ๆมากมายตั้งแต่ ข่วงนคร บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา มูลค่ากว่า 76.6 ล้านบาท/การปรับปรุงสวนสาธารณะเขลางค์นคร แบบยกเครื่อง/การทำน้ำพุช้างบริเวณวงเวียน หน้าสถานีรถไฟนครลำปาง/การปิดโรงฆ่าสัตว์เพื่อสร้างสวนสาธารณะ แม้กระทั่งการเปิดถนน J Street ตางคนเตียว เมื่อ พฤศจิกายน 2549 นี้ก็ดี รวมไปถึงความพยายามตกแต่งเมืองในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งในส่วนของเนื้อหาและรูปแบบ เป็นที่ชวนสงสัยในความหมายที่จะสื่อ เช่น ต้นไม้บริเวณโรงเรียนเทศบาล 4 นั้น พันผ้าเอาไว้เพื่ออะไร... ทำให้หวนคิดไปถึงโปรเจ็กต์ต่างๆที่ถอยออกมากันยกใหญ่ จะมีทางไหมที่จะช่วยกันไตร่ตรอง หยุดคิด ว่าจะทำให้ดีอย่างไร(ก็เหมือนกันกับ เวลาเราไปตัดผมน่ะครับ หากคุณอยากได้ทรงไหน ก็ต้องบอกช่าง ไม่ใช่ปล่อยให้ช่างทำอะไรกับหัวคุณ ในแบบที่เขาคิดว่าดีอย่างเดียว การออกแบบสถาปัตยกรรม หรือบ้านเมืองก็เช่นกันครับ เราร่วมกันคิด ร่วมกันกำหนดได้)

ผมก็เป็นห่วงในฐานะ ผู้หนึ่งที่รักในความงาม เช่นเดียวกับท่านๆทั้งหลายนั่นแล
........................................................................

อันดับที่ 6 "ลอยกระทง ซัดกันนัวกับปัญหายอดภูเขาน้ำแข็ง"
มีการพูดกันมานานแล้วว่า ลำปางบ้านเรามักแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นฝักเป็นฝ่าย ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ ในโจทย์สำคัญของบ้านเมืองโดยเฉพาะในเรื่องงานประเพณี(ที่ควรจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน เป็นวาระมงคลนะครับ)สำคัญ ตื้นลึกหนาบางเป็นเช่นไรเราไม่ทราบ แต่ที่เห็นกันอยู่ตั้งแต่ปีที่แล้วคือ งานลอยกระทงในตัวจังหวัดลำปาง ต้องแบ่งไปจัดกันสองที่ นัยก็คือ อันหนึ่งของเทศบาลนครลำปาง อันหนึ่งของอบจ.ลำปาง

จนถึงปี2548นี้ ก็เห็นว่าตั้งต้นไว้ว่าจะร่วมกันจัด แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด กลายเป็นว่า จัดของใครของมัน สุดท้ายแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ก็เข้ามาแก้ปัญหา กล่าวคือ คปค.ก็ได้มีส่วนหนึ่งทำให้ อบจ.ต้องยุติการจัดงานดังกล่าวไป

สุดท้ายก็มีแต่คนเสียกันทั้งนั้นแหละครับ นอกจากงานนี้แล้ว จะมีอะไรที่จะเป็น"เหยื่อ" ต่อไปอีกครับ
........................................................................

อันดับที่ 5 "ถนนทองคำ...ถนนดวงรัตน์"
ถนนดวงรัตน์กับงบมโหฬาร ตามที่รายงานในหนังสือพิมพ์ว่า ถนน 600 กว่าเมตร ใช้เงินไปถึง13 ล้านบาท โครงการนี้ทำให้เกิดปัญหา และคำถามกับสังคมลำปางอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผล การดั๊มพ์ความเป็น เซรามิ๊ก เซรามิก ลงไปบนถนนระยะสั้น(มีหลายคนเสนอว่า แทนที่จะนำ 13 ล้านไปเฉลี่ยทำทั้งเส้นทาง หรือเป็นจุดๆ ก็น่าจะmake sense กว่า)

ด้วยการที่เงินมาเร็วไปเร็ว ในระบบราชการ ทำให้โอกาสที่จะใคร่ครวญ(ก่อนจะมาคร่ำครวญกันแบบนี้) มีน้อย การร่วมคิดร่วมทำจากหลายฝ่าย ทั้งนักวิชาการ นักออกแบบ สถาปนิก ศิลปิน นักศึกษา และเยาวชน แทบจะปิดประตูตายไปเลย(ทั้งที่ สามารถสร้างโอกาสแตกยอดต่อไปได้อีกมากเช่น การทำworkshop การประกวดแบบจากทั่วประเทศ ที่นอกจากจะได้แบบ และการก่อสร้างแล้ว เรายังได้ประสบการณ์ กระบวนการการทำงานที่หลากหลาย มากไปกว่าการไปจ้างออร์แกไนเซอร์ทำลวกๆอีกด้วย)
........................................................................

อันดับที่ 4 "2 ปี คุณพี่ชนสะพาน 2 ครั้ง"


รถบรรทุกปูนที่เป็นคดี ถูกจับได้เมื่อ 20 พฤศจิกายน 2549
[ที่มา : ลานนาโพสต์]

หากอ่านข่าวต่อเนื่องมาจาก ครบรอบ 90 ปีรถไฟ สะพานรัษฎาภิเศกแห่งนี้เอง ก็จะครบ 90 ปีในปีนี้แล้ว เมื่อปลายปี 49 มีรถบรรทุกปูน วิ่งแหกเมือง และพยายามใช้สะพานรัษฎาภิเศกข้ามจากฝั่งต.หัวเวียง ไปยัง ต.เวียงเหนือ ฝ่าคานคอนกรีตเสริมเหล็กข้างบนไปจนคานโก่งงอ โดนจับเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ยิ่งไปกว่านั้น สะพานไก่ขาวนี้ยังโดนชนเมื่อ 10 พฤษภาคม 2548 ไปพึ่งซ่อมเสร็จไปปีกว่าๆ อะไรกันนักกันหนาครับ

ความมักง่ายไม่อาจอธิบายเหตุการณ์นี้ได้ทั้งหมด สิ่งหนึ่งที่เราลืมกันไปก็คือ ระบบการสัญจรของเมือง ดังที่ทราบกันว่า ลำปางมีโรงงานใหญ่ๆตั้งอยู่รอบๆ และลำปางอยู่ตำแหน่งศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ในบางบริบท ตัวเมืองลำปาง(ซึ่งแทบจะเป็นเมืองเก่าทั้งเมือง) ก็หลีกไม่พ้นที่จะต้องอยู่กับสภาพอย่างนี้ ระบบถนนวงแหวนมีมาเพื่อช่วยระบายการจราจรดังกล่าว

ในกรณีของสะพานรัษฎาภิเศก ก็น่าคิดกันต่อไปว่า จะมีวิธีใดที่จะเลี่ยงการสัญจรดังกล่าว (ซึ่งกฎหมายก็มิให้รถใหญ่ผ่านสะพานอยู่แล้ว) แต่ที่น่าวิตกก็คือ มีปรากฏอยู่ในผังเมืองรวมลำปาง ที่จะมีการตัดถนนจากบริเวณ สามแยกเด่นชัย วิ่งตรงเข้าไปสู่สะพานท่ามะโอ(ซึ่งปัจจุบันเส้นนั้นรถบรรทุกก็วิ่งกันประจำ ซึ่งมันแย่พอตัวอยู่แล้ว) เคยมีการแย้งกันอยู่ครั้งนึง ไม่ทราบว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นอย่างไร
........................................................................

อันดับที่ 3 "ประปา มหาภัย"
ท่านทั้งหลายคงมีคำถามว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา ทำไมในตัวเมืองเทศบาลถึง"ขุด"อะไรกันนักหนา ถนนเส้นนี้ยังไม่เสร็จเลย โน่น เส้นนั้นกำลังจะเจาะถนนทำใหม่แล้ว... บางคนก็ถือโอกาสต่อว่าเทศบาล เพราะไม่รู้ว่า เป็นงานขุดท่อประปา ของการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) ผมไม่เข้าใจว่า ทำไม กปภ.แทบจะไม่ชี้แจงทำความเข้าใจกับสาธารณะเลย (อย่าว่าแต่คำขออภัยในความไม่สะดวก) ทั้งยังทิ้งมรดกการขุด และกลบฝังด้วยฝีมือที่แทบไม่ได้มาตรฐาน(คงต้องถามผู้ตรวจรับงานด้วยว่า สามารถตรวจรับงานให้ผ่านได้อย่างไร)ไว้ทั่วเมือง


ร่องรอยการขุดและเศษอิฐ บนถนนป่าไม้ ใกล้ออป. ถ่ายเมื่อ 11 มีนาคม 2548

แต่ที่เกี่ยวข้องอย่างนึงกับเมืองเก่าคือ แนวท่อที่ขุดหลายแห่งเป็นแนวของกำแพงเมืองเก่า ทั้งฝั่งต.เวียงเหนือ และฝั่งต.หัวเวียง ผมมีโอกาสเก็บรูปมาบางส่วน ยังภาวนาอยู่ว่า การขุดดังกล่าวคงจะไม่สร้างความเสียหายกับหลักฐานทางโบราณคดีเท่าใดนัก

ก้อนอิฐขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงที่ขุดเจอ ถ่ายเมื่อ 11 มีนาคม 2548


ร่องรอยการขุดและเศษอิฐ บนถนนป่าไม้ หน้ากู่เจ้าย่าสุตตา ถ่ายเมื่อ 11 มีนาคม 2548
........................................................................

อันดับที่ 2 "เริ่มนับ 1 อนุรักษ์เมืองเก่า"
จะเรียกว่านับ 1 ก็คงจะได้ไม่เต็มปากนัก เมื่อการทำงานเรื่องเมืองเก่านั้นได้ริเริ่มกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ในโอกาสที่เป็นนโยบายเมืองเก่า ที่เทศบาลนครลำปางสนใจที่จะสานต่อ จึงทำให้เกิดคณะกรรมการ และยุทธศาสตร์อนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่านครลำปางขึ้น โครงสร้างของการทำงานนี้ครอบคลุมการทำงานทุกระดับ และเนื้องานค่อนข้างเป็นอิสระต่อกัน จึงปรากฏโครงการต่างๆขึ้นมากมาย

เช่น การบูรณะกำแพงเมือง และประตูม้า โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนช่างแต้ม และชุมชนบ้านใหม่ประตูม้า ที่ล่าสุด นำม้าลงมาจากกำแพงเมือง รอเวลาขุดสำรวจทางโบราณคดี(ตั้งแต่ขึ้นทะเบียนมาเมื่อพ.ศ.2478 ลำปางไม่เคยมีการขุดค้นทางโบราณคดีโดย กรมศิลปากรเลย ยกเว้นบริเวณประตูผา เท่านั้น) รวมไปถึงการแต่งตั้งคณะกรรมการโดยเทศบาลนครลำปาง การศึกษาดูงานเมืองเก่าที่ต่างๆ เช่น แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร ฯลฯ ขณะที่โครงการจัดทำ แผนที่มรดกทางวัฒนธรรมนครลำปาง ก็สร้างเครือข่ายของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับชาติ และ ระดับท้องถิ่น ชุมชน ประกอบกับเป็นฐานข้อมูลเมืองเก่าลำปาง บริเวณเขตเทศบาลนครลำปางและใกล้เคียง


หนังสือแผนที่มรดกทางวัฒนธรรมนครลำปาง(2548)

เห็นโอกาสและความหวังอยู่รำไร
........................................................................

อันดับที่ 1 "วัดปงสนุก เล็กๆแต่ยิ่งใหญ่"
ขอมอบอันดับที่ 1 ให้กับความพยายามของชุมชน ที่ตั้งต้นด้วยการรู้จักตัวเองก่อน ให้ชาวบ้านและชุมชนได้เข้าใจ และร่วมกันคิด ร่วมกันฝันถึงสิ่งดีๆของตัว ก่อนที่จะนำไปเสนอต่อโลกภายนอก(ในกรณีนี้ตรงกันข้ามกับชุมชนกาดกองต้า ที่เน้นสร้างความตื่นตัวจากภายนอกแล้วมองเข้ามาภายใน ซึ่งเป็นวิธีคิดคนละแบบกัน) ตั้งต้นบนโจทย์ที่จะทำการอนุรักษ์ วิหารพระเจ้าพันองค์ บนม่อนดอยวัดปงสนุกที่มีอายุกว่า 100 ปี

ขณะที่ความเข้มข้นของการมีส่วนร่วมของชุมชนได้ดำเนินไป ที่ไม่ได้ทิ้งเลยก็คือ ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับสถาบันต่างๆ เช่น คณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ซึ่งนำวิชาการมาเขย่า ผสมผสานกับวิถีของชาวบ้าน ทั้งที่มีอยู่และรื้อฟื้นปัดฝุ่นมาใช้กันอีกครั้ง ออกมาเป็นกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดนิทรรศการตุงค่าวจาวเขลางค์ พิธีบวงสรวงครูบาอาจารย์ก่อนทำการบูรณะวิหารดังกล่าว


วิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุก ที่กำลังได้รับการบูรณะ


นิทรรศการ และหุ่นจำลองการบูรณะวิหารพระเจ้าพันองค์ วัดปงสนุก

การสนับสนุนหากไม่นับตัวเงินกฐินที่ได้จาก องค์การเภสัชกรรม และบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่งแล้ว ยังได้รับโอกาสให้นำ บทความไปลงในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post แม้กระทั่งนิตยสาร Sawasdee ที่แจกจ่ายอยู่บนเครื่องบินของ การบินไทย ก็ถือเป็นความพยายามที่น่าชื่นชมของชุมชน


พิธีบวงสรวง โดยวิถีชาวบ้าน ณ วัดปงสนุก

ความสามารถที่จะตัดสินใจจะจัดการใดๆกับปัญหาบ้านเมือง จำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจกับมันให้ได้ ตราบใดที่เรายังไม่เห็นคุณค่า ของการทบทวน สรุปบทเรียนของอดีตที่ผ่านมา เราก็ยังจะย่ำอยู่ความผิดเดิมนั้นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บทความนี้ไม่ได้ต้องการชี้ผิด ชี้ถูก แต่เสนอวิธีคิดและการทำงานเพื่อให้สาธารณะได้รับรู้ และเรียนรู้ ตลอดจนร่วมวิพากษ์ จนเกิดเป็นบทเรียนร่วมกันของสังคม

เพราะเราเชื่อว่า ไม่มีใครสามารถจะมาจัดการทุกอย่างแทนเราได้ โดยเฉพาะในบ้านของเรา หากจะใช้ศัพท์ของ อ.ขวัญสรวง อติโพธิ ก็อาจจะพูดว่า "ก็เพราะว่าบ้านเมืองเป็นเรื่องของเรา" นั่นเอง

ที่มาข้อมูล :
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตลอดทั้งปี 2549 ดังนี้
คนเมืองเหนือ -แมงมุม -ลานนาโพสต์ -ลำปางนิวส์

จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

ผู้สื่อข่าว on Lampang : เปิดโลกลำปาง
อาทิตย์ 7 มกรา 50

Saturday, January 6, 2007

สรุปข่าวสร้างสรรค์ในลำปางที่พอจะมีอยู่บ้าง (4)


Patch Adams หนังฝรั่งที่ออกฉายในปี 1998 (พ.ศ.2541)

บรรยากาศ สะดวกเสวนา 8 "ปาร์ตี้ความคิด มองชีวิตผ่านหนัง" คราวนี้เบิกโรงด้วยเรื่อง "Patch Adams"หนังเก่า ที่ยังปัดฝุ่นกลับมาให้มุมมองความคิด พลังใจ ปลอบประโลม ตลอดจนหล่อเลี้ยงอุดมการณ์ที่งดงาม ตัวเอกในร่างของ ชายวัยกลางคน ที่มุมานะมาเรียนแพทย์เพื่อที่จะ "ช่วยคน"มีอะไรให้อ่านระหว่างบรรทัดกันมากมาย

ฉายประเดิมที่วันเสาร์ที่ 6 มกรา 50 ณ ล้านคำลำปาง เริ่มดูกันตั้งแต่ 15.30 น. ไปเสร็จ ราวๆ 19.00 น. เป็นอีกเสาร์ที่อิ่มเอม ด้วยหนังดี และวงพูดคุยขนาดย่อมที่ประเทืองปัญญา แล้วจะหาบรรยากาศดีๆเช่นนี้ได้ที่ไหนอีก....

ผู้สื่อข่าว on Lampang : เปิดโลกลำปาง ก็เลยเก็บบรรยากาศมาฝากกันครับ


สนทนาเปิด ก่อนจะดูหนัง
[ภาพโดย : ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์, 6 มกรา 50]


สนทนาเปิดก่อนจะดูหนัง
[ภาพโดย : ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์, 6 มกรา 50]


แลกเปลี่ยนความเห็นหลังหนังจบ
[ภาพโดย : ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์, 6 มกรา 50]

ในวงเสวนามีการแนะนำให้ดู ให้อ่านต่อยอดหนังเรื่องนี้กันครับ
ถ้าเป็นหนัง หรือละครเกี่ยวกับหมอๆ ก็มี เขาชื่อกานต์(2516 และ 2531), หมอเจ็บ(2547) , คนดีที่โลกรอ...หมอโฮจุน(2549) เฉพาะเรื่องหลังที่เป็นละครเกาหลี หากเป็นหนังสือ ก็มีแนะนำ บทกวีของ ดังเต้ ชาวอิตาเลียน หรือหากเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับความตาย ก็ไปหาอ่านหนังสือพุทธศาสนาทางฝั่งทิเบตได้ เช่น คัมภีร์มรณศาสตร์ หรือ แม้กระทั่ง เขาชื่อกานต์(2513) เป็นนวนิยาย โดย สุวรรณี สุคนธา แล้วกลายมาเป็นหนังในเวลาต่อมา

แจ้งให้ทราบทั่วกันว่าจะมีการฉายหนัง และแลกเปลี่ยนเสวนาฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายอย่างนี้ ทุกเสาร์ ตลอดเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ หากคราวหน้าจะย้ายสถานที่ไปจัดที่บริเวณสวนสาธารณะเขลางค์นคร หรือหอสมุดประชาชนเทศบาลนครลำปาง ก็ยังไม่แน่ใจ ยังไม่คอนเฟิร์มนะครับ ติดต่อสอบถามรายละเอียด และสำรองที่นั่งล่วงหน้า ก่อนจะเต็มได้ที่ คุณเอิง 086-5119608 ติดตามโปรแกรมการฉายได้ ในเว็บบล็อกนี้...

ผู้สื่อข่าว on Lampang : เปิดโลกลำปาง
เสาร์ 6 มกรา 50